bigbenj's profileMy world my space---benjPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 14 ค่ายเด็ก 51ในที่สุดก็ได้ไปค่ายเด็ก ฮ่าๆๆ
ปีนี้ไป โรงเรียนบ้านบ้องตี้ ที่จังหวัดกาญจนบุรี
โอว อากาศ หนาวก็ควันออกปาก
ร้อนก็ร้อนตับแลบกันเลยทีเดียว
แต่สนุกมากมาย
พร้อมทั้งเหนื่อยมากมายด้วย
ประทับใจมากๆเลยล่ะ
รู้สึกรักเด็กขึ้นอีกเป็นกองเลย เหอๆ
เกิดความรู้สึกอยากไปค่ายอีกๆๆๆๆ
อยากมีค่ายหน้าๆๆ และต่อๆไป
เพราะเราทำสิ่งนี้ด้วย...จาย...ของเรา 555+
- เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้เรา ได้รู้ ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง
- รู้สึกดีๆๆๆ เกิดขึ้นที่จายของเรา อุอุ
- เต็มที่กับชีวิต เพราะเราเป็น..เป็ปซี่ ฮี่ๆๆๆ December 19 คอนเสริตครั้งแรกในชีวิตไม่ได้อัพมาน๊านนาน
เพราะมัวแต่ไปทำอะไรต่อมิอะไร ? อยู่
แต่ก็ขอแว๊บมาอัพซักนิด
เพราะว่ามีเรื่องพิเศษๆ เกิดขึ้นมาในชีวิตอีกครั้ง
(ความจริงแต่ละวันมันก็มีเรื่องพิเศษเกิดขึ้นตลอดอ่ะนะ)
แต่ความพิเศษครั้งนี้อยากบอกต่อ
ความจริงคอนเสิร์ตเราก็ดูมาเยอะ
แต่เป็นคอนตามโรงเรียนตามมหาลัยมากกว่า
เรียกได้ว่าคอนครั้งใหญ่ๆเรายังไม่เคยเฉียดเลย
เพราะเหตุผล
1. แพง
2. พ่อแม่ไม่ให้
แต่คราวนี้เป็นอะไรไม่รู้
แพงก็สู้ พ่อแม่ไม่ให้ก็รั้น...จนสุดท้าย ก็ได้
ดงบังชินกิ.........
ถือเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของเรา
แค่ได้ไปก็ประทับใจแล้ว
แต่ตอนนี้ ยิ่งกว่าประทับใจ
เพราะทุกอย่างมันดี...ดีมากๆๆ
ไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไร เพราะก็ไม่รุ้ว่าคอนอื่นๆจะเท่านี้ไม๊
แต่ก็ชอบอ่ะ บรรยากาศแบบนี้
จากที่แค่ชอบแบบธรรมดา ชื่นชมว่าเป็นวงที่ค่อนข้างเพอร์เฟกต์
แต่ตอนนี้มันมากกว่านั้น
ปลื้มมากมาย โดยเฉพาะมิกกี้ 5555+
เซกซี่มากๆค๊าบผม
เฮ้ออออ.......ชอบ!!!
October 19 สอบเสร็จสอบเสร็จแล้วโว๊ย
!!!
แค่นั้นล่ะ
จบข่าว
อ้อ... อีกเรื่อง
ได้ไปดูดงบังแล้นส์ อิอิ
มีฟามสุขที่ฝุด
จบข่าว (2)
โปรดติดตามตอนเกรดออก
ว่าข้าพเจ้าจะร่าเริงได้อยู่ไม๊ 555+
เห็นท่าว่าจะไม่รอดแน่เรย เห้อออออ September 07 ชายในฝันเมื่อก่อน ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีสเป๊กกะเค้า
เพราะก็ขอแค่ไม่สูบบุหรี่ แล้วก็เข้าใจเราก็พอ
แต่พอมาวันนี้ ได้เห็นอะไรเพิ่มมากขึ้น
ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง จากเพียงบางอย่าง
ก็ได้พบว่า เราวาดชายในฝันของเราเอาไว้สูงเหมือนกัน
และไม่รู้ว่าจะมีคนๆนั้นอยู่ในโลกของความจริงไม๊
คนที่จะมาเป็นคนที่เราสามารถรักเค้าได้หมดใจ
- ก็แค่คนที่ไม่สูบบุหรี่ เหล้าก็ทานได้บ้างแต่ไม่ใช่เป็นกิจวัตร
เพราะเราคงไมได้อยากได้แฟนที่หายใจเข้า...เหล้า หายใจออก...บุหรี่
ขนาดชีวิตของเค้าเอง ยังไม่รัก แล้วเค้าจะมารักอะไรเราได้นักหนา
- ก็แค่คนที่มีความรับผิดชอบ
รับผิดชอบในทุกๆอย่าง ทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน และเรื่องอื่นๆ
เพราะเราเป็นคนค่อนข้างมีความรับผิดชอบ จึงอยากได้คนที่สามารถที่จะมีตรงนี้เหมือนกัน
- ก็แค่คนที่เป็นผู้นำ
ไม่ต้องอะไรมาก แค่นำเราให้ได้ ก็พอแล้ว แต่ไม่ใช่สั่ง และไม่ใช่เผด็จการ
เราก็อยากได้คนรักอ่ะนะ ไม่ใช่ได้ลูกมาตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน
- ก็แค่คนที่ไม่บ้าในรักมากเกินไป
คือก็ไม่ใช่คนมานั่งหวาน ที่รักจ๊ะ ฮันนี่จ๋า อะไรอย่างงี้คงทำแบบคนอื่นเค้าไม่เป็น
ไม่ต้องเจอกันทุกวัน ไม่ต้องคอยโทรรายงาน
อยากได้คนรักไง ไม่ได้อยากได้นักสืบส่วนตัว
- ก็แค่คนที่มองเห็นเรา
มองเห็นด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยตา
มองเห็นว่าเราเป็นเรา มองที่นิสัย มองที่ความคิด
ไม่ใช่หน้าตา หรือรูปลักษณ์ภายนอก(เพราะคงไม่มีคนมองเห็นตรงนั้น555+)
ก็ยอมรับนะว่าก็ชอบคนหน้าตาดี แต่ปัจจัยที่จะเลือกมาเป็นแฟน ไม่มีคำว่าหน้าตาอยู่ด้วยเลย
- ก็แค่คนที่เข้าใจเรา
ก็เราเป็นคนแบบนี้ จริงอยู่การจะมีแฟนซักคนก็คงต้องปรับตัวเข้าหากัน
แต่จะทำได้ซักแค่ไหน ถ้าไม่ได้เกิดจากตัวตนจริงๆ
เราจึงอยากได้คนที่เข้าใจเรา แล้วเราก็เข้าใจเค้า
และอีกอย่าง เรามันพวกบ้ากิจกรรม(ถึงจะไม่ได้บ้ามาก แต่ก็เข้าข่ายไม่ทำไม่ได้)
ถ้าเค้าไม่เข้าใจ ได้ทะเลาะกันวันละ 3 เวลาแน่
- ก็แค่คนที่ไม่พูดคำว่าเลิกพร่ำเพรื่อ
มันไม่ใช่คำที่ดูดีเท่าไหร่นะ เราเลิกกันเนี่ย
ไมได้อยากได้ยินบ่อยๆ
อย่างน้อยครั้งเดียว ....... จบก็คือจบ
ฯลฯ
ขอมากไปม๊ะ ผู้ชายแบบเนี๊ยะ หาให้คนดิคุณผู้อ่าน 555+
แต่ไม่ได้ก็ไม่เปงไรนะ เราอยู่คนเดียวได้ ดีซะอีกไม่มีข้อผูกมัด
แล้วเราจะบ้าผุ้ชายคนไหนก็ได้ตามใจ อิอิ(อย่างตอนนี้บ้านักร้องเกาหลีอยู่)
และที่เขียนมาก็เพราะจะได้เป็นการตอบคำถามที่ว่า
ทำไมไม่มีแฟนซักที
ทำไมไม่หาแฟนซักที
(ไอที่หาไม่ได้ก็ส่วนหนึ่ง 5555+)
เพราะกว่าจะเจอผู้ชายที่ตรงตามแค่ข้อใดข้อหนึ่งทีนี่
เราว่าไปงมเข็มในมหาสมุทรยังง่ายกว่ามั้ง เหอๆ
และนี่คือเหตุผล ที่ฉันยังโสดมาได้จนป่านนี้
จบข่าว
"อยู่คนเดียวมันเหงาเท่าไร ดีกว่าคนใจร้ายเข้ามา มาทำให้เจ็บให้มีน้ำตาให้ผิดหวังฟรีๆ อยู่คนเดียวมันเหงา...เข้าใจ ก็ประคองตัวไปอย่างนี้ ถ้าเจอไม่ดี ไม่มีคงปลอดภัยซะกว่า"
August 11 ลูกคุณหนู คุณหนู
คำนี้ทุกคนมีความเห็นว่ามันหมายถึงอะไรบ้าง
ก็แค่อยากรู้อ่ะ
ว่าทุกคนตีความคำนี้ว่ายังไง
เพราะโดยส่วนตัวแล้ว
รู้สึกไม่ชอบคำนี้ยังไงไม่รู้
ถ้ามีคนมาบอกว่า คุณเป็นคุณหนู จะโกรธม๊ะ???
หรือว่าควรจะรู้สึกดีกับคำนี้ดี... July 14 super juniorไปดูคอนเสิร์ตมาแหล่ะ
ของทรู ฟรีด้วย เผอิญว่าแอ้มีบัตร
และเผอิญอีกว่า ทำงานของอ.ประณตเรื่องแฟนคลับ
ไม่รู้ทำไมทำเรื่องนี้เหมือนกัน
เพราะมานกำลังฮิต หรือเพราะสนองตอบความต้องการของตนเอง
ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่เชิง
แต่ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่เบียดมากกกกก และได้บรรยากาศคอนเสิร์ตจริงๆ
จุดประสงค์หลักวันนี้คือการมาถ่ายรูปและสัมภาษณ์แฟนคลับของนักร้องซุปเปอร์จูเนียร์
ซึ่งจุดประสงค์หลักกว่าก็คือ อยากเจอซุปเปอร์จูเนียร์ตัวจริง
ไปถึงนู่นประมาณ 5 โมงกว่าๆ คนเต็มพื้นที่เวที เข้าไปไม่ได้
เอาฟระ มาแล้วหนิ เกาะๆเอาขอบๆข้างนอก เขย่งกันไป ขำๆ
พอยิ่งใกล้เวลายิ่งขำๆไม่ออกแระ คนเยอะมากกกก เบียดมาก
จนตัวติดกับกำแพง ราวกับตุ๊กแกโดนประตูทับ (จิ้งจกก็คงจะเล็กไป)
โดนเหยียบเท้าประมาณ 100 หนได้มั้ง ตอนแรกก็เจ็บอยู่หรอก ตอนหลังเริ่มด้าน
พองานเลิกมาดูอีกที รอยรองเท้า รอยเหยียบเต็มเลยยยไง เหอๆ
พอถึงเวลาsjมาจริงๆ ไม่ได้ถ่ายรูปเลย ยกมือขึ้นมาได้ก็บุญแล้ว
เห็นเป็นคนเต้นๆบนเวทีอยู่ไกลๆ เหอๆ
แต่ก็ได้บรรยากาศกว่าตอนดูในทีวีนะ ถึงจะแทบไม่เห็นอะไรเลยก็เหอะ
sj ร้องไป 3 เพลง สัมภาษณ์นิดหน่อย ก็กลับล่ะ
เห้ออออ ยืนรอกันขาแข็งเพื่อสิ่งนี้
แต่ก็ประทับใจไปอีกแบบ
แล้วพอเค้าจะกลับกันเราก็เดินไปทางรถที่เค้าพาsjออก เห็นกลุ่มแฟนคลับวิ่งตามรถ
ไอเราก็สวมรอย เหมือนเป็นแฟนคลับคนนึง เค้าอยู่บนรถก็น่ารักดี มีโบกมือบ๊ายบาย
คิบอมน่ารักมากถึงมากที่สุด มีฉีกกระดาษเป็นรูปหัวใจชูให้ดูด้วย 555
เสดก็ออกมากลับบ้านเปิดเอเอฟ 4 ดู
เอ้ออนะ มีsj มาเซอร์ไพรซ์ด้วยอ่ะ สุดยอดมากมาย
เค้าต้องบึ่งรถจากอาร์ซีเอเพื่อไปร้องเพลง 1 เพลงที่เมืองทองธานี เหอๆ
แต่ที่สุดยอดกว่าคือพวกแฟนคลับ ที่นั่งรถตามจากอาร์ซีเอไปเลยทีเดียว ดีเนอะ ....ก็เค้ารักของเค้าอ่ะ
จากที่ได้ไปดูวันนี้ก็บอกได้เลยว่ารู้สึกประทับใจวงซุปเปอร์จูเนียร์มากกก
.............หลงรักไปซะแล้ว 555+...................
(อย่าเพิ่งอะไรล่ะ เดี๋ยวหายเห่อก็เลิกบ้าเองแหล่ะ)
ถ้าได้ดูคอนเสิร์ตแบบที่มานจริงๆจังๆก็ดีสิ
แต่ก่อนอื่น เก็บตังไว้เผื่อได้ไปดูดงบังดีก่า อุอุ บ๊ายบายยยย
ps ขอบใจน้องมุกมากนะ สำหรับการเป็นที่ปรึกษาเรื่องนี้อ่ะ แต้งมากจ้า
ps2 ขอบคุณพี่การ์ดคนนั้นค่ะที่ให้เพื่อนนู๋เข้าไปถ่ายด้านในได้ ไม่งั้นงานนี้ก็แทบจะไม่ได้อะไรเลยย
ps3 ซุปเปอร์จูเนียร์เค้าน่ารักจริงๆนะ June 06 ตัวของตัวเองเคยไม๊ ที่ถามตัวเองว่า เราทำเพื่อคนอื่นมากไปรึเปล่า
เคยไม๊ ที่ถามตัวเองว่า เราแคร์สายตาคนอื่นมากไปไหม
เคยไม๊ ที่เอาคำพูดของคนอื่น มาเปลี่ยนแปลงตัวเอง....จนไม่รู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของเราเป็นยังไง
เคยไม๊ ที่ใส่ใจกับสิ่งรอบตัว จนลืมสิ่งที่อยู่ในตัวเราเอง
............เพิ่งเคยก็เดี๋ยวนี้แหล่ะ......................
เดินตามก้าวที่คนอื่นเคยเดินนำมาโดยตลอด มันเหนื่อยนะ
ต้องพยายามที่จะเดินให้ตรงรอยกับรอยเดิมที่เค้าเคยวางไว้
เป๋ไปนิดนึงก็กลายเป็นคนประหลาด กลายเป็นคนน่ารังเกียจ
ตัวตนที่แท้จริง.....ความเป็นตัวของตัวเองมันหายไปไหนหมด
เป็นคนที่สังคม คนส่วนใหญ่ยอมรับ แต่ตัวเราเองไม่เคยมีความสุข
เชื่อฟังคำสั่งสอน คำแนะนำของคนอื่น ทั้งๆที่ในใจขัดแย้งอยู่ตลอดเวลา-------เพื่ออะไร ?
เพื่อไม่ให้เค้าโกรธ เพื่อไม่ให้เค้ารู้สึกไม่ดี เพื่อรักษาน้ำใจ
แล้ว.............ตัวเราเองหล่ะ
อึดอัด ขัดแย้ง สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ก็กลายเป็นคนขาดความมั่นใจ
กลับมาเถอะนะ กลับมาเป็นตัวของตัวเองซะที
มีความคิดเหมือนกัน แค่ต่างจากคนอื่น ไมได้แปลว่าผิดซะหน่อย
กลับมาซะทีนะ ใช้สมองคนอื่นมามากแล้ว ใช้สมองตัวเองซะบ้าง
ให้มันรู้ไปว่า ถ้าเราเป็นตัวของตัวเองแล้ว จะไม่มีใครคบ!!!
ช่วงนี้เป็นตัวของตัวเองมากมาย
รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเยอะเลย
รู้สึกกล้า บ้า มากขึ้น
มีความคิดที่ขัดแย้งกับคนอื่นมากขึ้น
เปลี่ยนไปในทางนี้ไม่รู้ว่าดีไม๊
แต่เชื่อไม๊ รู้สึกสบายใจ ไม่อึดอัดยังไงไม่รู้
เมื่อก่อนก็ไม่ได้อึดอัดอะไรมากนะ แต่ไม่รุ้สิ บอกไม่ถูก
เอาเป็นว่า ถ้าทำอะไรให้ใครรู้สึกไม่ดีก็ขอโทษไว้ ณ ตรงนี้เลยล่ะกัน
แต่ขอบอกตรงๆว่า สิ่งที่เห็นอยู่ตรงนี้ มันเป็นตัวเราที่สุดแล้วล่ะ
หัวใจเกือบวายวันนี้ 555+ ทำแบบนี้บ่อยๆไม่ดีนะคะ May 27 human whitening....26 พ.ค. 50
งานฮิวแมนไวท์จัดขึ้น แต่เช้า..... ตรุ่......(โคตรๆ)
ประมาณว่าไอเราก็คงไม่แหกขี้ตาไปขนาดน้านนน
ก็ถึงประมาณ 10 โมงได้ แล้วก็รอ ร๊อ รอ กลุ่มแก๊งค์พี่เชียร์+ลีดมาครบ
ซ้อมๆๆๆๆ ได้เวลาซ้อมแล้ว เย่ คราวนี้ดูดีแฮะ ออกมาโอเคอยู่
ที่เหลือก็แค่รอ ร๊อ รอ เวลาขึ้นแสดงจริงๆ
แล้วก็ต้องร้องเพลงรอจริงๆอ่ะ
นั่งแสตนบายหลังเวทีประมาณ 2 ชั่วโมง
หลับก็แล้ว แกล้งน้องก็แล้ว ก็ยังไม่ถึงคิว
จนเริ่มหิวน้ำและไม่มีเสียง
พอได้เวลาขึ้นโชว์จริงๆ เลยแป๊กไม่เป็นท่าเลย 555
ทั้งเพี๊ยน ทั้งหลุด อารัยก็ไม่รู้
ถึงคราวตอนบูม น่าจะพร้อมอยู่นะ ไม่รู้สิ
แต่ตอนแนะนำตัวเนี่ย คงเป็นการแนะนำตัวที่ย๊าวยาวเนอะ
ลีดก็ว่าเยอะแล้ว พี่เชียร์อีก 9 โอ้ววว จาเยอะไปไน๋
(ขอบคุณหน้าม้าทุกๆคนด้วยนะค๊า 555)
พอเสดก็โล่งอก แม้จะเคยขึ้นมาแล้ว 1 ปี แต่มันก็ผ่านมาตั้ง 1 ปีแล้วอ่ะ
ยังตื่นเต้นเหมือนเดิม แต่คงน้อยกว่าพวกปี 2 เนอะ
เสดปุ๊บไปนั่งดูน้องๆเฟรชชี่ดีก่า
พอเสดก็ออกไปรอบายศรี (ก่อนหน้ารอบายศรี แอบไปทำเรื่องตลกมาแหล่ะ 555)
ปีนี้ผูกน้องๆไปนิดเดียวเอง แต่ก็โอเค อบอุ่นดีๆ ถึงขั้นร้อนนน
บายศรีเสดก็เม้าส์ต่อ จบด้วยการกินข้าวที่ร้านเก่าของเรา...............ไหมแก้ว
- ปีนี้ไม่ค่อยได้มาดูแลน้องๆในเอกเลยอ่ะ มัวแต่วุ่นวายอยู่กับกิจกรรมเชียร์ ......... ขอโทดทีน้าน้องๆ แต่พี่เชื่อว่าพี่ปี 2 เค้าทำหน้าที่นี้ได้ดีอยู่แล้วแหล่ะเนอะ
- เกิดอยากให้ใครคนนั้นผูกข้อมือ แต่ ยังไง๊ยังไงก็ไม่กล้าพอซักทีอ่ะ เห้อออออออออออ ไอ้ขี้ขลาดดดเอ๋ย
- เกิดอยากผูกข้อมือใครบางคน แต่ หาตัวคนนั้นไม่เจอ 555+ ก็เลยอด ช่างมาน ขำๆ
- เกิดความรู้สึกดีๆขึ้นมากมายเลยอ่ะ ประทับใจจัง
- รู้สึกเสียใจ กับบางเรื่อง พี่ขอโทดนะเบน และขอบคุณมากๆ ที่หวังดีอยากจะช่วยพี่ ยังไงซะเราก็เป็นพี่เชียร์อยู่นะ ขอโทดจริงๆ
- ขอบคุณนะ ที่นึกถึงกันอ่ะ รู้สึกดีจริงๆ
เมื่อวันที่ 25 ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนมาด้วยแหล่ะ
เปลี่ยนไปเยอะเยย แต่หลายๆอย่างก็ยังเหมือนเดิม
โดยเฉพาะความอบอุ่น ได้เจออาจารย์หลายคน
รับรู้ได้ว่าอาจารย์ถือเป็นครูอย่างแท้จริง
จากมา 2 ปี แต่ก็ยังจำพวกหนูได้ ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆนะ ถึงจะมากันน้อยไปหน่อย แต่ก็อบอุ่น (ถึงขั้นร้อน...เนอะ)
หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ ยังรอจะเจอเสมอ
นัดคราวหน้ามาเยอะๆนะ ไม่งั้น คุณเอกเชคขาดไม่รู้ด้วย 555+ May 10 เสี้ยวหนึ่งของสมุดเชียร์เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก...
...กิจกรรมเชียร์... ...มีคำถามมากมายกับกิจกรรมนี้ เราเองเป็นคนหนึ่งที่ผ่าน กิจกรรมนี้มาทั้งในฐานะรุ่นน้องและรุ่นพี่ ...ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองยังไง แต่เรามองว่ามันเป็นกิจกรรมที่ให้ อะไรหลายๆอย่าง รู้สึกโชคดีที่ได้เข้าเชียร์ เพราะโอกาสก็มีครั้ง เดียวในชีวิต (นอกจากเป็น freshy หลายรอบ) ....ตามห้าง! ไม่มีห้องเชียร์ให้หยอดเหรียญเข้าไปเล่นนะ.... ....ที่อื่นเป็นไงเราไม่รู้หรอกนะ แต่ระบบเชียร์ที่นี่มีจุดประสงค์ มีเหตุผลและมีการเตรียมตัวของ staff ก่อนที่จะเริ่มเชียร์เป็น เดือนๆ ไม่ใช่สักแต่แหกปาก ได้ว๊ากน้องแล้วจะหลับฝันดี ตะคอกน้องแล้วสะใจ เป็นรุ่นพี่ซาดิสม์ ...ห้องเชียร์เหมือนโลกอีกโลก เมื่อห้องเชียร์เปิด staff ประจำตำแหน่ง เราทั้งหมดก็จะอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของห้องสี่เหลี่ยม เล็กๆแห่งนี้ มีกฎระเบียบ ข้อบังคับ ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ...บรรยากาศถูกสร้างให้เป็นภาวะกดดัน ความร้อน ความอึดอัด ห้ามพูด ห้ามคุย ห้ามแกะ ห้ามเกา ทำอะไรตามใจชอบไม่ได้ จะทำอะไรต้องขออนุญาต staff คือ .................กฎเกณฑ์ของสังคมในห้องนี้........................ .....ถ้าเปรียบกิจกรรมเชียร์เป็นเรือใบลำใหญ่ สิ่งสำคัญที่จะเป็น แรงลมพัดโบกให้เรือลำนี้แล่นไปได้ก็คือ...... ....... เพลงเชียร์ .... .....มันเป็นไปไม่ได้ที่ freshy นับร้อยชีวิต จะร้องเพลงที่ไม่เคย ฟังมาก่อนได้พร้อมเพรียงเป็นเสียงเดียวกัน......ในสมุดเชียร์นั้นมี เพียงเนื้อเพลงที่เป็นตัวหนังสือเท่านั้น ไม่มี MP 3 หรือ audio cd แจกให้ไปนอนฟังและร้องที่บ้าน ...เพลงดังของนักร้องบางคนยังร้อง ผิดร้องถูก ผิดทำนอง จำเนื้อผิด แล้วนับประสาอะไรกับเพลงเชียร์ที่มี ให้แต่เนื้อ ........ดังนั้น หนทางเดียวที่จะร้องเพลงได้ คือ ให้รุ่นพี่สอน ...... ......ภาพเฟรชชี่ที่นั่งกันอย่างเป็นระเบียบ แล้วตั้งใจร้องเพลงตามสมุด เชียร์ จึงเป็นภาพน่ารักๆที่พบเห็นได้ที่นี่ ......พี่สอนน้อง เพื่อนสอนเพื่อน เพื่อให้เราร้องเพลงสถาบัน เพลงคณะ ที่รุ่นพี่ทุกรุ่นเคยร้องกันมาก่อนได้เหมือนๆกัน .....ในห้องเชียร์ ในภาวะที่กดดัน ...... มีทั้งคนที่ร้องเพลงได้ และร้อง ไม่ได้ มีทั้งคนที่ร้องเพลงผิด ร้องถูก มีทั้งคนที่ทำตามระเบียบ ผิดระ เบียบ ความกดดัน ความเครียด ความเหนื่อย ทำให้นิสัยจริงๆของคน มันแสดงออกมา การช่วยเหลือกัน การพึ่งพากัน การไม่ทิ้งกัน การเอาเปรียบ การกินแรง การทอดทิ้งเพื่อนข้างๆ แสดงให้เห็นสปิริต ของแต่ละคน .....กิจกรรมนี้ให้อะไรมากกว่าการร้องเพลง เป็นการได้รู้จักเพื่อน รู้จักพี่.....แต่ละคนก็จะได้อะไรๆไปจากกิจกรรมนี้ต่างกัน มีทั้งคนที่เข้า ถึงจุดประสงค์ เข้าใจ ยอมรับ และคนที่ไม่ยอมรับ ไม่เข้าใจ...... .......หากจะมองว่า คนเรามีสิทธิเท่าเทียมกัน มาว๊าก มาตะคอกกัน ได้ยังไง เป็นแค่รุ่นพี่ ไม่ใช่พ่อใช่แม่.....มันก็มองได้ และหลายๆคน ก็มองแบบนั้นอยู่ ......ไม่เข้าเชียร์..... .......แต่การได้ลองปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎเกณฑ์ข้อบังคับที่กำหนด ขึ้นมานี้ให้ได้ ก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย .........เพราะในโลกของความเป็นจริง ก็มีระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ แต่ละสังคมก็แตกต่างกัน............. ..........ถ้าจบจากมหาลัยไป เราก็ต้องไปอยู่ในสังคมใหม่ ใช้ชีวิตใหม่ กฎเกณฑ์ใหม่ๆ... ...ถ้าในห้องเชียร์ทำไม่ได้ ปรับตัวให้เข้ากับสังคมในนั้นไม่ได้ ก็หนี ออกมาจากห้องเชียร์ได้ .......แต่ในสังคมโลกจริงๆ ถ้าเรารับไม่ได้ ปรับตัวไม่ได้ขึ้นมา....... จะหนีไปอยู่ไหน? ....วันก่อนขึ้นแข่งเชียร์ครั้งสุดท้าย เชียร์กันเกือบทั้งคืน ทั้งพี่ staff และ freshy ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยขอบตาดำๆ แถมยังงัวเงีย แต่พอถึงเวลา เข้าจริงๆ ทุกคนก็ฮึดสู้ แม้ตอนซ้อมจะเหน็ดเหนื่อย ......แต่เมื่อเสร็จสิ้นก็มีแต่ความภาคภูมิใจ จากนี้ก็ไม่ต้องเชียร์กันอีก ต่อไป.......เหล่า staff ก็กลับมาเป็นคนธรรมดา เต้นแร้งเต้นกาได้ ไม่ต้องเงียบ ต้องขรึม ยืนเส้นเลือดปูด .........เหล่า frashy ก็อยู่ในบ้านสีขาวแห่งนี้อย่างเต็มตัว .......เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแบบนี้ รุ่นแล้วรุ่นเล่า .......เวลากลับมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ก็คิดถึงสมัยที่เรายืนอยู่ ตรงนั้น ........ก็ยังเป็นความทรงจำอันงดงามเสมอ......
............ ชีวิตมหาลัย ให้อะไรมากกว่าเรียนไปวันๆจริงๆ ..........
นั่งพิมพ์สมุดเชียร์อยู่.....จนมาหน้าสุดท้ายที่หัวข้อว่า เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก อ่านไปๆ อืมมม ก็จริงเนอะ เป็นบทความที่ดีมากๆๆๆๆบทนึงเลยแหล่ะ
แต่เราไม่เคยจะสนใจมัน ถ้าเราไม่ได้มาเป็นพี่เชียร์ ก็คงไม่คิดที่จะอ่านมันเลยด้วยซ้ำ จนต้องมานั่งทำสมุดเชียร์เนี่ยแหล่ะ ถึงนั่งอ่านมันซะหลายรอบ
สมุดเชียร์บางคน สวยงาม ขาวสะอาด ราวกับว่าเพิ่งได้มาใหม่ แต่ของเราหรอ กลายเป็นสมุดไร้ปก ยับเยิน มีแต่รอยขีดเขียน สภาพไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษด้วยซ้ำ
ก็อาจจะจริงตรงส่วนที่ว่าเราไม่ใช่คนรักษาของ แต่ไม่ได้แปลว่าของคนที่สภาพยังดีรักษาของหรอกนะ มันเป็นเพราะการใช้งานตะหาก บางคน สมุดเชียร์ก็กลายเป็นจรวดตั้งแต่วันแรกที่ได้ บางคนสมุดเชียร์ก็เหมือนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีเอาไว้เคารพบูชาอย่างเดียว แตะต้องไม่ได้ บางคนสมุดเชียร์เป็นยังไง ยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ น่าเศร้าเนอะ ยิ่งพอมาทำเองยิ่งเศร้า สิ่งที่คนทำนั่งหลังขดหลังแข็ง นั่งคิดเป็นวันๆ นั่งปรึกษา นั่งพิมพ์ นั่งเย็บ ตัดเป็นวันๆ กลับไม่มีค่าอะไรเลยในความรู้สึกของคนที่เราทำให้ กว่าจะออกมาเป็นสมุดเชียร์ 1 เล่ม ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ.............น่าเสียดายที่มีแค่ไม่กี่คนที่เห็นคุณค่าของมัน
555+ เพ้อเจ้อหว่ะ ไม่มีอะไรมาก ทำสมุดเชียร์อยู่แล้วอารมณ์มันพาไป ไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้ประชดเสียดสีใครด้วย (อย่าร้อนตัว ถ้าไม่ได้ทำ......อิอิ) อ่านไปขำๆ อย่าซีเรียสล่ะ หุหุ April 28 หนองคายกลับมาแล้น ไปหนองคายมา
แดดแรงมั่กๆ แรงกว่าที่กทมอี๊กให้ตายเถอะจอร์จ
วันกลับพายุเข้า ให้มันรู้ไปว่าฉันจะรอดจากพายุเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น โล่งอก
ไปคราวนี้ ใช่เที่ยวไม๊ ไม่รู้สิฟระ บอกไม่ถูก
เป็นทริปทำบุญแห่งปีล่ะกานนะ
แล้วก็เป็นเดือนที่มีบุญมากๆแห่งปีเลยทีเดียว
ตั้งแต่สงกรานต์แระ ทำบุญตลอดเลย
ผลบุญส่งถึงทีเถ้อ เพี้ยงๆ 555+
หมดเงินไปกับการบริจาคแต้ๆ
แต่ดีมากๆเลย ชอบๆได้เห็นอะไรใหม่ๆ
มีอยู่วัดนึง ชื่อวัดป่าบ้านโพนตาล
เค้าตักบาตรกันแปลกดี คือ ถ้าเราใส่บาตรกันหน้าบ้าน เราจะใส่แต่ข้าวเหนียวหรือข้าวจ้าว
แล้วกับข้าวต้องเอามาใส่ที่วัด ใส่เป็นจานๆ แล้วถึงเวลาพระก็จะเลือกตักกับข้าวแต่ที่ท่านจะฉันเก็บไว้
เวีบยตั้งแต่พระรูปแรกจนรูปสุดท้าย แต่ที่แปลกกว่านั้นก็คือ
มีพระอยู่ 2 รูปที่นั่งอยู่ข้างล่าง เสมอกับประชาชนอย่างเราๆเลย
ถามชาวบ้านก็ไม่รู้ บอกว่าท่านจะเฉลยเดือนหน้า แหง่ว แล้วเราจะรู้ไม๊เนี่ย อยากรู้มากๆๆๆๆๆๆๆ
วัดอีกที่ๆไปก็คือวัดโพธิ์ชัย สวยดี โบสถ์ข้างในสวยมากๆเลย
พระที่ดังของที่นี่ก็คือ พระใส
ที่นี่แหล่ะที่ทำให้เราได้มาจังหวัดหนองคาย อิอิ
แล้วอีกที่นึงที่ไม่ใช่วัดแต่เป็นสถานที่ๆรวบรวมประวัติต่างๆของพระพุทธเจ้า
รวมถึงรูปปั้นคำสอน เทพยดาต่างๆมากมาย ทั้งใหญ่ ทั้งสวยมากๆ คือ ศาลาแก้วกู่
ชอบที่นี่มากเลย เดินถ่ายรูปมันแต่สถานที่ คนไม่มีซักรูป555
ประทับใจทริปนี้อีกอย่างก็คงเป็นสถานที่พัก ที่อบอุ่นมากๆ
เชื่อว่าถ้าไปพักโรงแรมคงไม่เจอบรรยากาศแบบนี้
ชาวบ้านน่ารัก ใจดีกันทุกคนเลย อาหารก้ออร่อย 555 (ไม่พ้นเรื่องกินนะตู)
เห้อโม้มามากแระ นี่ยังไม่หมดเลยนะ พอแระ ขี้เกียจพิมพ์ และเชื่อว่า คนอ่านก็คงขี้เกียจอ่านด้วยเช่นกาน แป่ววววว
ผลจากการทำบุญ กลับมาถึงบ้าน เปิดเกรดดู
เย่!!!! มีเอมา 1 ตัวแล้นโว๊ยยยยย
รักวิชาสวูก็วันนี้แหล่ะฟระ 555
สรุปเทอมนี้ได้ 3.39 สะสม 3.28 เห้อออออออออออออ หมดกังวลไปอีก 1เทอมสินะ
เทอมหน้าฟ้าใหม่ค่อยว่ากานอีกรอบ
April 21 mpog เอ้ย mpegจบแล้ว ค่าย
จบด้วยความประทับใจ ของทุกคน
จบด้วยความรู้สึกดีๆ
จบด้วยมิตรภาพที่เพิ่งจะเริ่มต้น
รุ้สึกดีที่ได้ทำค่ายครั้งนี้
ขอบคุณพี่ตั้วนะคะ ที่ให้โอกาส
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนนะที่ช่วยเค้าอ่ะ
งานนี้ฝ่ายพัสดุไม่เหนื่อยเลย เพราะเพื่อนๆคอยช่วยเหลือ
ขอบคุณน้องๆนะคะ ที่มาร่วมค่ายนี้ ทำให้ค่ายนี้มีความสมบูรณ์แบบ
พี่อาจจะไม่ได้เข้าไปคุยกะน้องๆมากนัก เพราะพี่พูดไม่ค่อยเก่ง แต่ก้อรักทุกคนน้า
น้องๆน่ารักกันมากเลยล่ะ
ขอให้น้องๆmpegเอนท์ติดคณะที่อยากเข้านะ เอาใจช่วย สู้ๆ
ยังไงซะ เอกจิต มศว ยินดีต้อนรับทุกคนเลยน้า
April 19 today is my birthdayฮี่ๆ 20 ปี บริบูรณ์แล้น
แก่ขึ้น โตขึ้น แล้วสินะ
วันเกิดปีนี้คล้ายกะปีที่แล้ว
คือเราไม่ได้ว่าง นั่งๆนอนๆอีกแล้ว
ก้อมาทำค่าย mpeg งาย อุอุ
ขอโทดทีที่วันนี้แอบโดดไปครึ่งวัน
ก้อนู๋ไปเอาบุญมาฝากน้า 555+
ปีนี้ประทับใจมาก
เป็นครั้งแรกเลยนะ กับการได้ฟังเพลงแฮปปี้เบิดเด จากคนเยอะขนาดนี้
(เป็นอะไรที่ คนที่เกิดในช่วงปิดเทอมมักจะไม่ค่อยได้เจอ)
และเป็นเพลงแฮปปี้เบิดเด จากคนทั้งเพื่อน พี่ น้อง
แม้กระทั่งคนที่เพิ่งรู้จักเรามาได้แค่ 1 วัน (น้องๆในค่าย)
ทั้งที่บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นใคร ชื่ออะไร
และเชื่อว่า น้องค่ายไม่มีคนไหนรู้ว่าวันนี้วันเกิดเรา
แต่พอร้อง น้องเค้าก้อร้องให้
อาจจะเพื่อความสนุกหรืออะไรก้อไม่รู้หล่ะ
แต่คนฟังมันประทับใจนี่นา อิอิ
ขอบคุณทุกๆคนมากนะคะที่ไม่ลืม
ทั้งส่งsms โทรมา และพูดต่อหน้า หรือแม้กระทั่งคนที่พูดในใจ
ไม่ต้องของขวัญอะไรมาก แค่ยังจำได้ก็มากพอแล้ว
ขอบคุณนะทุกคน ขอบคุณจริงๆ ^v^ซึ้งมากๆ
รักทุกคนน้า
รักนะเพื่อนๆเตรียมพัฒน์
รักนะเอกจิต
รักนะพี่เชียร์
รักนะน้องmpeg
รักนะคะคุณพ่อคุณแม่
รักนะค๊า ทุกคนนนน
วันนี้อาจจะดูเนือยๆนอยๆไปหน่อยนะ ไม่ได้เป็นไรหรอก แค่ง่วงนิดหน่อยเท่าน้านเอง แหะๆ
ปล. วันนี้ที่เราบอกว่า วันเกิดก็แค่วันธรรมดา หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆนะ เพราะเรามันก็แค่คนธรรมดา ไม่ใช่คนใส่ลูกชิ้น เย้ย (พิเศษ) แต่อย่างใด เพราะฉะนั้น แค่เท่าที่ทุกคนจำได้ และแค่คำพูดว่า แฮปปี้เบิดเดนะ มันก็เพียงพอแล้ว April 06 เรื่องน้ำเน่าจะบอกว่าไงดี
มารู้ตัวอีกที....ก็มองแต่เธอคนนี้ไปแล้ว
หัวใจมันก็มุ่งมั่น และ แน่แน่ว
จนฉันเองยังไม่แคล้ว จะกลัวใจ
กลัวว่าจะเป็นเหมือนรักครั้งก่อน
เลยต้องย้อนถามตัวเอง รักง่ายไปไหม
แต่คำตอบของความรัก มันอยู่ที่ใจ
เพราะฉะนั้น....ฉันคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยไปตามหัวใจ
"ให้รักเธอ"
555 มันกลับมาแล้วคร๊าบ
คนเพ้อเจ้อ อารมณ์สุนทรีย์คนนั้น
หลังจากที่ห่างหายไปนาน 2 ปีเลยทีเดียว
ช่วงนี้ว่างเกินไป หรือ อะไรไม่รู้
นั่งๆอยู่ก็เขียนกลอนเป็นวรรคเป็นเวร
เอามาลงเล่นๆ เพราะงั้น อย่าหาว่าเปลี่ยวเลย อิอิ
(แต่ก็เปลี่ยวจริงๆแหล่ะว๊า 555)
แต่งเอง อ่านเองคนเดียวไม่มันส์
สู้เอามาให้คนอื่นช่วยเลี่ยน ช่วยอาเจียน พอหนุกหนาน
และแล้ว เรื่องน้ำเน่าของฉันก็หมดประการฉะนี้
ปล. ความจริงมีอีก แต่พอเหอะ แค่นี้ก้อบ้าบอพอแระ
ปล 2. นั่งมองโรงเรียนทั้งวันเลย คิดถึงบรรยากาศเก่าๆจัง เพื่อนๆจ๋า อยากเจอนะ tup2213
ปล 3. เพื่อนๆเอกจิต คิดถึงเหมือนกันนะ แต่เชื่อว่าเราจะได้เจอกันเร็วๆนี้เนอะ (mpeg)
ปล 4. พี่ๆปี 3 ฝึกงานเหนื่อยไม๊ สู้ๆนะคะ
ปล 5. พี่ๆปี 4 ว๊า จบแระ มาเยี่ยมเยียนกันบ้างน้า หางานทำได้เร็วๆนะคะ
ปล 6. น้องๆ รับน้องปีนี้ สู้ๆนะจ๊ะ เอาใจช่วย มีไรถามได้ ตอบได้ไม๊ อีกเรื่องนึง
ปล 7. ชักจะปล เยอะไปแล้ว แค่นี้ล่ะกานนะ March 22 บายเนียร์กลับมาแล้น
บายเนียร์ปีนี้ ไปที่ระยองฮิมา
ทะเลสวยดี บรรยากาศดี ห้องพักก็น่ารักดี อิอิ
สถานที่ดีๆ อยู่กับคนดีๆ จะมีอะไรดีกว่านี้อีก
ถึงแม้ว่างานนี้จะจัดมาเพื่ออำลาก็ตาม
แต่การอำลาครั้งนี้ก็เพื่อสิ่งดีๆนี่นา เนอะ
ไปทะเลคราวนี้ มีความสุขมากๆ
สายเทคเราไปครบด้วย เย้ๆ
รู้สึกอบอุ่นมากๆ ได้อยู่กับพี่น้อง ได้นั่งพูดคุยกันตั้งนาน
ขอโทษเพื่อนๆด้วยนะ ที่อาจจะอยู่ด้วยไม่เยอะ
แต่เวลาที่เราจะอยู่กับเพื่อน เราเชื่อว่ายังมีอีกเยอะนะ
แล้วเราจะใช้เวลาพวกนั้นให้คุ้มเลยแหล่ะ อิอิ
เฮ้อ.....4 ปี มันเร็วจริงๆเลย อีก 2 ปีก็จะจบแล้วเหรอเนี่ยเรา
คงต้องใช้เวลาในมหาลัยให้คุ้มๆกว่านี้สินะ 555+
ที่ผ่านมาไม่คุ้มเลยเนอะ
เฮ้อ ช่างมาน เรื่องของอนาคต
ตอนนี้ อยากบอกว่า
บายเนียร์คราวนี้ สนุก ประทับใจมากๆ
ขอบคุณพี่ๆปี 3 นะคะ ที่จัดงานดีๆแบบนี้
ขอบคุณพี่บุ้งมากๆเลย ที่พี่ไปนะคะ ไม่งั้นงานนี้ นู๋คงรู้สึกขาดอะไรไปแน่ๆเลย
ขอบคุณน้องเทียร์นะ ที่ได้ไป พี่ได้ผูกข้อมือน้องแล้ว เย่ ขอบคุณที่มาเป็นน้องเทคพี่นะ
ขอบคุณเพื่อนๆ ที่อะไรดี ที่เกิดมาเป็นเพื่อนกัน มีอะไรเราก็ร่วมกันฝ่าฟันมาตลอดเลย
ขอบคุณทุกๆอย่างเลยแล้วกัน ที่ทำให้มีวันนี้
รักนะ....เอกจิต
-เย้ๆ อย่างน้อยปีนี้ ฉันก็ไม่ร้องไห้ อิอิ
-มีความสุขมากๆ แค่นี้ก็พอแล้ว
March 09 จบปี 2 แล้นจบปี 2 แล้วอ่ะ
เร็วเนอะ
ใจหายจัง จะปี 3 แล้วหรอ
อีก 2 ปีจะจบแล้วเหรอเนี่ยยย....
เห้ออออออออออออ
ไปสอบวันสุดท้าย
รู้สึกดี ดีไม๊เนี่ย
เทอมนี้เกรดยังไงดีล่ะ
ไม่มั่นใจซักวิชาเลย
จะบ้าตายแล้ววววว
จบปี 2 ไปด้วยความยากลำบาก
มีเรื่องราวมากมายผ่านมาในชีวิต
ทั้งเรื่องดีและไม่ดีปะปนกันไป
เรื่องที่ดีก็หวังว่าคงจะดีขึ้น
เรื่องที่ไม่ดี ก็หวังว่าปีหน้าจะไม่เกิดแบบนี้ขึ้นอีกนะ
หวังว่าอะไรๆคงดีขึ้นกว่าปีนี้
จะปี 3 แล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย
แก่ขึ้นอีกปีแล้วหง่ะ แง๊ๆ
ปีนี้ 20 แล้ว เข้าผับได้แล้วสิ 555+
แต่คงได้เข้าหรอกเนอะ อย่างเราเนี่ย เห้อออออ
February 22 psycho open houseผ่านไปแล้ว เปิดบ้านเอกจิต
ผ่านไปได้ ด้วยดี ถือว่าดีในระดับนึง
คนมาเยอะไม๊ ถือว่าเยอะแล้วนะ กับงานระดับนี้
ถ้าทำอะไรที่เข้ารูปเข้ารอย และมีความพร้อมกว่านี้
งานก็คงจะเรียกว่าเพอร์เฟค และคนก็คงจะเยอะแยะมากมาย
กลุ่มของเรา รับหน้าที่ด้านแบบทดสอบ
555+ รู้สึกจาถูกชะตายังไงไม่รู้
ได้ทำแต่เรื่องแบบทดสอบๆ
มีแบบทดสอบไอคิว และแบบวัดความหึงหวง
ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจซักเท่าไหร่นะ
แต่ก็ดี คนสนใจเยอะดี โดยเฉพาะความหึงหวงเนี่ยแหล๊ะ
เราก็แอบทำของตัวเองนะ
ขนาดรู้นะว่าคำตอบควรจะตอบยังไง (มีbias)
ก็ยังทำได้ซะ 80 กว่ากันเลยทีเดียว - นี่เราขี้หึงกะเค้าด้วยหรอ 555 หึงใครฟระ แฟนก็ยังไม่มี-
เอาเหอะ ขำๆ เชื่อได้แค่ไหนเชียวเนอะ (ปลอบใจตัวเองอยู่ อิอิ)
แล้วก็นั่งตรวจคะแนนกันไป
พอเลิกก็เก็บของ กลับบ้าน เย่ๆ 555+
สนุกสนาน
ช่วงนี้สับสน วุ่นวาย และไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง
แต่ไม่รู้สิ บางทีก็ไม่อยากรับรู้อะไร
รังแต่จะทำให้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
อยากหลบไปพ้นๆจากสังคมวุ่นวายจัง
อยากไปบายเนียร์แล้ว อยากไปพักผ่อน อยากไปทะเล
อย่าแปลกใจนะถ้าไปคราวนี้แล้วเราร้องไห้อีก
รู้สึกมีลางสังเห่า เจ้ย หรณ์ ยังไงไม่รู้อ่ะ
คราวนี้ก็ไม่ต้องงงนะ (บอกไว้ก่อน) แค่อยากระบาย
น้ำตามันอาจจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่อย่างน้อย เราเชื่อว่าน้ำตาทำให้เราเข้มแข็งขึ้น
February 14 วาเลนไทน์ วันแห่งความรักวันนี้ 14 กุมภา อีกแล้ว
แล้วก็แปลกนะ 3 ปีที่ผ่านมา
14 กุมภามักจะเป็นวันหยุด
ปีนี้ก็อีก ไม่มีเรียน แต่มีโปรแกรม
ไปบ้านราชาวดี (สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า)
ไปในโครงการ Love For All ของสโมฯ
ถึงก็นะ น้องๆน่ารักกันดี
เค้าเป็นเด็กพิการทางสมองอ่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะพูดไม่รุเรื่องกันทุกคนนะ
บางคนดูภายนอกเหมือนไม่เป็นอะไรเลยแหล่ะ
พูดโต้ตอบได้เป็นอย่างดี
บางคนก็พยายามฟังเท่าไหร่ก็ไม่รูเรื่องอ่ะ ไม่รู้ว่าน้องเค้าพูดไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว
หรือเราฟังไม่รู้เรื่องเองกันแน่ เหอๆ
ก็ทำๆกิจกรรมกันไป สนุกสนาน
เห็นรอยยิ้มแล้วก็หายเหนื่อยหน่อย
เป็นครั้งแรกที่ได้ทำบุญแบบนี้นะเนี่ย
รู้สึกดีเหมือนกัน
ได้มอบความรักให้กับคนที่เค้าขาดแคลน
ก่อนกลับ หลงกลเด็กๆ โดนพาไปให้เลี้ยงขนมกันคนละ 10-20
สุดท้ายหมดไปเป็น 100 จนต้องยอมแพ้
น้องคะพี่ตังหมดแล้ว เฮ้ออออออ ดีนะว่าคุยกันได้
ถ้าน้องเค้าร้องไห้โยเย เราคงได้หมดไปหลายกว่านี้อยู่
แต่ก็เอาเถอะ นานๆที
เข้าใจแล้วล่ะ ว่าคนที่ขาด....เติมเท่าไหร่มันก็ไม่เคยเต็ม
คนที่มีมากเกินไป......แต่บางทีก็เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง
ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบในตัวของทุกคนหรอก เนอะ
ทำบุญวันนี้ อิ่มอกอิ่มใจมากมาย
(อิ่มจัง ตังอยู่ครบด้วย 555+ พี่ตั้วพาไปเลี้ยงพี่ยูน )
-วาเลนไทน์ปีนี้ก็ยังเหมือนเดิม ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆไปวันๆ 14 กุมภา มันจะต่างอะไรกับ 14 มีนากันเชียว
-ผู้ชายที่ไปวันนี้ เนื้อหอมกันเป็นแถบ 555+ ชอบกันล่ะซี้ โดนแต๊ะอั๋งกันเป็นแถวเลย
-14 กุมภา 2550 มันเหมือนกับ 14 ภุมภา 2549 เหมือนกับ 14 กุมภา 2548 ไม๊นะ
3 ปีที่แล้ว เราอยู่ที่ไหน ทำอะไร กับใคร ยังไง ความรู้สึกล่ะ
ปีนี้ มันเหมือนกันไม๊ ต่างกันไม๊ .........................ไม่รู้สิ
February 07 ไม่มีใครไว้ใจฉัน หรือฉันไม่เคยไว้ใจใครไม่มีใครไว้ใจฉัน.............ฉันเคยคิดแบบนั้นนะ
แต่เมื่อมองกลับกัน
แล้วฉันล่ะ ไว้ใจใครบ้างรึเปล่า
ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้ว่าฉันเคยไว้ใจใครบ้างไม๊
ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ฉันไว้ใจตัวเองได้มากแค่ไหน
บางครั้ง.....การกระทำกับความรู้สึกของตัวเองมันก็สวนทางกัน
บางครั้ง.....สิ่งที่ฉันอยากทำมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันกำลังทำ
ฉันไม่รู้ว่า การกล่าวหาว่าไม่มีใครไว้ใจฉัน
ที่จริงแล้ว ฉันควรกล่าวหาว่าฉันไม่เคยไว้ใจใคร ซะละมั้ง
ลิมิตของความไว้ใจอยู่ตรงไหน
การบอกทุกเรื่อง ทุกอย่าง แบบนั้นรึเปล่าคือความไว้ใจ
หรือการที่เรายอมเปิดเผยอะไรบางอย่างให้ใครซักคนรับรู้
แค่บางอย่างเท่านั้น นั่นรึเปล่าที่เรียกว่าความไว้ใจ
ความไว้ใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฉันเรียกร้องมันมานาน
เคยมีใครไม๊นะ เรียกร้องสิ่งๆนี้จากฉัน
มีสิ................ก็ตัวฉันเองไง
เป็นบล๊อกที่เพ้อเจ้ออีก 1 บล๊อก
ความจริง สิ่งที่อยากจะสื่อ มันไม่ได้มีอะไรเลย
แค่รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย
และรู้สึกไม่ดีนิดหน่อยเท่านั้นเอง
มันมีคำพูดอีกมากมายที่อยากบอกใครซักคนให้รับรู้
แต่พอจะเรียบเรียงคำพูดมันกลับกลายเป็นว่า พูดยากซะเต็มที
เฮ้อ ไม่รู้จะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนเนอะ
สบตาเธอทีไร หวั่นไหวทุ๊กที
หรือเพราะแบบนี้ ฉันถึงไม่ไว้ใจตัวเอง แป่ว!!!
January 31 she's my wife's husbandไม่ต้องงง
ไม่ต้องตกใจ
อะไรของมาน she's my wife's husband
มันคือชื่อละครเวทีของพี่ๆปี 4 เอกอิ้ง นั่นเอง
ว่าแต่ ตกลงมันแปลว่าอะไรอ่ะคะ
-เธอเป็นภรรยาของสามีฉัน
-เธอเป็นสามีของภรรยาฉัน
โอยงงๆๆหง่ะ ยิ่งเก่งๆอยู่ ภาษาปะกิด
แต่ก็ตัดสินใจที่จะไปดูเพราะชื่อเรื่องเนี่ยแหล่ะ
อยากรู้ว่า she's my wife's husband นี่ มันยังไงกันแน่
แล้วเราก็ได้รับคำตอบวันนี้นี่เอง
ไปนั่งดูกะ หยก และพี่ตั้ว
คือก็บอกตั้งแต่แรกแล้วนะว่าละครของเอกอิ้ง
จะทำเป็นภาษาไทยก็ยังไงๆอยู่อ่ะนะ
ก็ภาษาปะกิดไปตามระเบียบ
แล้วไง.....คนดูอย่างเรา(ตูเนี่ย)
ก็งงไปตามระเบียบ เอ่อ แปลว่าไรอ่ะ
เค้าพูดไรกัน ดูไปดูมา เริ่มซึมซับภาษาทีละนิด
เริ่มฟังรู้เรื่อง เริ่มดูรู้เรื่อง เริ่มเข้าใจ เริ่มสนุก เริ่มฮา
ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าที่เราเข้าใจ เหมือนกับที่เค้าต้องการจะบอกไม๊
แต่เราก็สนุกแล้วกาน ไม่เหงต้องเข้าใจในทุกอย่าง
ไม่เหงต้องรู้ในทุกเรื่อง แต่ละครมันก็มีอรรถรสของมันได้หนิ
รู้สึกดีที่ได้ไปดู แถมได้บุญอีกตะหาก อิอิ
แล้วสรุป she's my wife's husband นี่ มานแปลว่าไรหว่า 555+
อย่าลืมไปดูนเรศวรกันนะเพื่อนๆ หนังเรื่องนี้เค้าเจ๋งจริง
- รู้สึกดีทีเดียว 4 ครั้ง วันนี้ช่างมีความสุข (รึเปล่าน้อ)
- ใครจะมองคุณยังไง ก็ช่างใคร ฉันมองไม่เหมือนใคร เพราะฉันใช้ใจมอง 5555555 |
|
|